ดูหนังฟรี ดาวน์โหลดหนังฟรี ภาพคมชัดเสียงดังชัด เว็บไซต์ดูหนังฟรีนี้ ไม่มีหนังซูม ไม่มีหนังไทย หนังทุกเรื่องเป็นมาร์เตอร์
loading...

ชื่ออังกฤษ : Fantastic Four
ชื่อไทย : แฟนแทสติก โฟร์
ผู้กำกับ : Josh Trank
ผู้แต่ง : Jeremy Slater
วันเข้าฉาย : 6 สิงหาคม 2015 (ประเทศไทย)
ประเภท : Action, Adventure, Sci-Fi
ความยาว: 100 นาที

เรื่องย่อ: Fantastic Four (2015) – แฟนแทสติก โฟร์

ผลงานร่วมสมัยที่นำทีมซุปเปอร์ฮีโร่ต้นฉบับของมาร์เวลที่มีการปรากฏโฉมอย่างยาวนานมาสร้างใหม่ โดยบอกเล่าเรื่องราวของเด็กวัยรุ่นธรรมดา 4 คนที่สามารถหายตัวสลับเข้าไปในโลกที่มีความซับซ้อนและอันตรายได้
ซึ่งร่างกายของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าทึ่ง ชีวิตพวกเขาพลิกผันไปอย่างไม่อาจย้อนเวลากลับไปได้ ทั้งทีมต้องศึกษาวิธีควบคุมความสามารถใหม่ของพวกเขา และร่วมมือกันปกป้องโลกจากเพื่อนเก่าที่กลายมาเป็นศัตรู

วิจารณ์หนัง: FANTASTIC FOUR: เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย

ท่ามกลางกระแสเยินยอหนังอย่าง ภาคล่าสิ ไม่สิต้องบอกว่ามันเป็นการก่นด่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ในรอบหลายปีได้อย่างน่าสงสารและชวนเวทนาไม่น้อย เพราะเกรดเฉลี่ยของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างใกล้เคียงกับหนังBATMAN AND ROBIN เมื่อหลายสิบปีก่อนทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตัวหนังก็ไม่ได้ย่ำแย่ถึงการครหาว่ามันเป็น “หนังเลว” สักเท่าไหร่

อันที่จริงหากเรามองอย่างเป็นธรรมด้วยการมอง “แยกส่วน” ของหนัง เราจะเห็นจุดที่ดี จุดที่แปลก และจุดที่จัดได้ว่าย่ำแย่อย่างแท้จริงโดยต้องเขียนแยกส่วนเป็นหัวข้อดังนี้

จุดดี 

ผลงาน FANTASTIC FOUR ในเวอร์ชั่นนี้ “ครึ่งแรก” ของหนังมีตัวตนของผู้กำกับ “จอร์จ แทรงค์” อยู่สูงมาก ถ้าหากใครเคยดูผลงานเรื่องก่อนหน้านี้ของเขาอย่าง Chronicle มันบอกเล่าเรื่องราวของเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่บังเอิญได้รับพลังพิเศษมา และพวกเขาก็กลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ในตอนแรกพวกเขามีปัญหากับการจัดการพลังของตัวเอง บางคนในกลุ่มจัดการตัวเองได้ ในขณะที่บางคนปล่อยให้ “พลังพิเศษ” ควบคุมจนทำอะไรไปโดยปราศจากการยั้งคิดและนำมาซึ่งผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่น

จะเห็นได้ว่า FANTASTIC FOUR ก็มีการหยิบประเด็น “การรับมือ” กับพลังพิเศษเช่นเดียวกัน เด็กวัยรุ่นทั้ง 4 คนไม่ว่าจะเป็นรี๊ด ริชาร์ด(ไมล์ส เทลเลอร์) ที่ร่างกายยืดหดได้นั้นเขากลับตกใจทำอะไรไม่ถูกและตัดสินใจหนีออกมาจากศูนย์ทดลอง, ซูซาน สตอร์ม(เคท มาร่า) ร่างกายของเธอล่องหนได้ แต่เหมือนกองทัพพยายามโน้มน้าวให้เธอฝึกตัวเองเพื่อนำพลังไปใช้ในการสงครามแบบเดียวกับเบน กริม(เจมี่ เบล) ยักษ์หินที่ร่างกายอันเป็นมนุษย์นั้นไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป ขณะที่จอห์นนี่ สตอร์ม(ไมเคิล บี จอร์แดน) กลับดูเป็นคนเดียวที่จะ “ภูมิใจ” กับการได้มีพลังพิเศษในการควบคุมเพลิงได้ เพราะเขาอยากจะ “แหกกรอบ” ที่พ่อของเขาเคยวางเอาไว้

จุดที่แปลก 

ความแปลกของหนังถ้าเราสังเกตให้ดีคือครึ่งแรกของเรื่องหนังมีกลิ่นอายความเป็นหนังดราม่า-ไซไฟอยู่สูงมาก ตัวละครรี๊ด ริชาร์ดถูกถ่ายทอดให้ผู้ชมเห็นความ “เนิร์ด” และ “เก่ง” ของเขาตั้งแต่วัยเยาว์จนเข้าวัยรุ่น เราได้เห็นความเป็นอยู่ การทำงานและแนวคิดของเขา แต่หลังจากที่เขาตัดสินใจจะข้ามไปสู่อีกมิติหนึ่งทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆแบบในหนัง เหตุการณ์หลังจากที่ทั้งสี่คนกลายเป็น “มนุษย์ประหลาด” แล้ว หนังพยายามปรับโหมดให้กลายเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่(แบบค่ายมาร์เวลในการต่อยตี ปล่อยพลัง) แต่มันกลับกลายเป็นการ “เปลี่ยนแนว” ที่จัดได้ว่าสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกพอสมควร เมื่อกลิ่นอายความเป็นหนังดราม่ายังไม่ทันหายไป คนดูยังไม่ทันจะปรับตัวทัน หนังก็เดินทางมาถึงช่วงท้ายของเรื่องแบบงงๆ

จุดที่จัดได้ว่าย่ำแย่

แม้จะว่าจะมีการจั่วประเด็นความสับสนของวัยรุ่นเอาไว้ตั้งแต่แรก แต่เมื่อหนังให้เวลากับตัวละคร “ทั้งสี่” น้อยจนเกินไป (เว้นรี๊ดไว้คนเดียว) ทำให้คนดู “ไม่เข้าใจ” ในสิ่งที่ตัวละครเป็น และยิ่งไปกว่านั้นการดีไซน์ตัวละครให้เป็นบุคคลที่ดูอมทุกข์ มันยิ่งทวีความแห้งแล้งไร้เสน่ห์และ “ไม่เป็นที่รัก” ของผู้ชม ดังนั้นเมื่อฉากแอ็คชั่นมาถึงเราจึงไม่รู้สึกอะไรเลยกับการต่อสู้ของพวกเขากับดร.ดูม(โทบี้ เค็บเบลล์) จอมวายร้ายในจักรวาลมาร์เวล ที่เมื่ออยู่ในหนังเรื่องนี้แล้วกลับกลายเป็นตัวละครที่เรียกได้ว่า “ง่อยเปลี้ย” และกำจัดง่ายกว่าที่ควรจะเป็น

โดยภาพรวมแล้ว FANTASTIC FOUR ในเวอร์ชั่นนี้คือความน่าผิดหวังของสตูดิโอ คนดู และที่สำคัญมันกลับทำให้ FANTASTIC FOUR ในเวอร์ชั่นปี 2005 กลายเป็นหนังที่ดู “สนุก” ขึ้นมาโดยถนัดตา แม้ว่าเวอร์ชั่นก่อนจะถูกนักวิจารณ์ด่าหนักกว่าตอนออกฉายก็ตาม

@พริตตี้ปลาสลิด

1 คะแนนจาก 5 คะแนน

ชมภาพยานพาหนะ Fantasti-Car ที่ไม่ได้ถูกใช้จริงใน Fantastic Four (2015)

COSppCsUAAAfJt8

แน่นอนว่าตอนนี้หลายคนคงได้ชม Fantastic Four ฉบับใหม่ของผกก. จอช แทรงก์ และคงรับทราบถึงปัญหาเบื้องหลังที่ทำให้หนังออกมาเป็นเช่นนี้กันไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าเบื้องหลังดังกล่าวที่ทาง จอช แทรงก์ จะมีปัญหากับ สตูดิโอ ดูท่าจะถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆ เช่นเดียวกันกับภาพคอนเซปต์อาร์ทตัวล่าสุดที่ถูกปล่อยออกมาของ Fantasti-Car ยานพาหนะของ สี่กายสิทธิ์ ที่เคยถูกออกแบบไว้แต่ไม่ได้ใช้จริงของมัน ซึ่งจากงานภาพออกแบบที่เราเห็นจากด้านบน ดูจะค่อนข้างแตกต่างจากตัวการ์ตูน (ภาพด้านล่าง) อยู่มากทีเดียว ซึ่งพอเห็นเช่นนี้แล้วก็น่าเสียดายเหมือนกันที่มันไม่ได้ถูกเอามาใช้ หรือสู้รบจริง มิฉะนั้นอาจจะมีลูกเล่นอะไรให้เราเห็นได้อีกเยอะเลยทีเดียว

Fantasti-Car_MK_III_001

แต่ถึงกระนั้นแล้ว ไม่ว่าตัวหนังอาจจะโดนสับเละ หรือ ทำเงินไม่เข้าเป้าขนาดไหน แต่จากข่าวล่าสุดก็ดูเหมือนว่าทาง ฟ็อกซ์ จะยังคงสร้างภาคต่อให้แก่มันอยู่ เพื่อหวังว่าจะสามารถนำเอาไปรวมกับจักรวาลของX-Men ได้ โดยมีคิวเข้าฉายอยู่ที่ปี 2016 ซึ่งงานนี้พอเปลี่ยนผู้กำกับแล้ว เราคงต้องมารอดูกันว่า ภาคต่อของมันจะรุ่งหรือร่วงอีกกันแน่ครับ


Trailer (ตัวอย่างหนัง)

Audio: Thai (พากย์ไทย)

Download: http://www.flashx.tv/ptfhms4y5t4c.html

Random Movies