ดูหนังฟรี ดาวน์โหลดหนังฟรี เว็บไซต์ดูหนังฟรีนี้ ไม่มีหนังซูม ไม่มีหนังไทย หนังพากย์ไทย เสียงไทย หนังบรรยายไทย ซับไทย หนังมาร์เตอร์ภาพคมชัดเสียงดัง
loading...

ตอนแรกที่เห็นชื่อหนังเรื่องนี้ในชื่อไทยที่ตั้งว่า “บ้าก็บ้าวะ” ก็ไม่เคยสนใจที่จะดูหนังเรื่องนี้เลย เพราะคิดว่าคงเป็นแค่หนังตลกธรรมดาๆ ทั่วไป แต่หลังจากได้อ่านกระทู้หนึ่งเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ทำให้เกิดความสนใจที่จะหามาดูมั่ง แต่เรื่องตลกคือบอร์ดที่พูดถึงหนังเรื่องนี้และแต่ละความเห็นก็พูดถึงแง่มุมของหนังจนทำให้เราเกิดความสนใจนั้น กับกลายเป็นบอร์ดที่เน้นพูดคุยถกเถียงกันในเรื่องการเมืองการปกครองอย่าง ”ฟ้าเดียวกัน”

ถึงหนังเรื่องนี้จะเข้าฉายตั้งแต่ปี 1975 เรียกว่าตั้งแต่เรายังไม่เกิดเลย แต่แนวคิดของหนังกับไม่ดูเก่าเลย โดยเฉพาะเมื่อเอามาเทียบกับสังคมประชาธิปไตยแบบไทยๆ ในยุคปัจจุบัน

หนังพูดถึงสังคมสังคมหนึ่งในโรงพยาบาลบ้า ที่ประกอบไปด้วย ผอ.โรงพยาบาล และบรรดาแพทย์ต่างๆ กลุ่มหนึ่ง พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ที่คอยควบคุมคนไข้ ประจำวอร์ด กลุ่มหนึ่ง และบรรดาคนไข้ ในวอร์ด อีกจำนวน 18 คน โดยใน 18 คนจะมีที่พูดคุยรู้เรื่อง และพอจะสามารถเข้าสังคม ได้ 9 คน และคนไข้ที่ไม่รับรู้สิ่งรอบข้างอีก 9 คน

เรื่องมันเริ่มจากในสังคมเล็กๆ แห่งนี้ที่โดยปกติก็อยู่กันโดยปกติสุขบรรดาคนไข้มีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างเป็นธรรมดา แต่เมื่อผู้ควบคุมสั่งหรือตัดสินใจอะไรแล้วทุกคนก็ยอมรับแต่โดยดี ถึงเวลาทานยา ก็มาทานยา ถึงเวลาพักผ่อนก็พักผ่อน ถึงเวลานอนก็นอน ทุกคนยอมรับสภาพที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้สึกอะไร และที่สำคัญคือทุกคนยอมรับว่าตัวเองบ้า และไม่พร้อมที่จะออกไปอยู่โลกภายนอก เต็มใจที่จะอยู่ภายในโรงพยาบาลกันด้วยตนเอง หรือบางคนถึงจะรู้ตัวว่าตัวเองไม่บ้า แต่ก็ต้องแกล้งทำเป็นบ้า ไม่รับรู้อะไร เพียงเพราะยังไม่มีความกล้าเพียงพอ

จนมาวันหนึ่งคนไข้รายใหม่ก็ถูกส่งตัวเข้ามา จริงๆแล้วคนไข้รายนี้เป็นนักโทษ แต่ด้วยความประพฤติบางอย่างทำให้ทางการ ส่งตัวมาเพื่อให้ทางโรงพยาบาลวิเคราะห์ว่าไอ้หมอนี้มันบ้าหรือเปล่า

ตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาลเขาก็คอยป่วนให้คนไข้คนอื่นๆ เริ่มคิดถึงสถานะของตัวเอง สิทธิของตัวเอง และชี้ให้เห็นว่าทุกคนไม่ได้บ้าไปกว่าคนที่อยู่ในโลกข้างนอกแต่อย่างใด แม้จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงขึ้นมา แต่สิ่งที่เขาทำก็ได้ทำให้คนไข้บางคนดูเหมือนจะมีสติกลับคืนมา

จนถึงวันที่คณะแพทย์ พยาบาล ลงความคิดเห็นเกี่ยวกับว่าเขาบ้าหรือไม่ แพทย์ทุกคนเห็นด้วยว่าเขาไม่ได้บ้า เพียงแต่ทุกคนเชื่อว่าเขาจะเป็นตัวอันตรายต่อสังคม เพราะฉะนั้นคงเป็นการดีกว่าที่จะเก็บเขาไว้ในนี้

สุดท้ายเมื่อหมดหวังจะได้ออกไปจากที่นี้เขาจึงตัดสินใจหนี จนเกิดปั่นป่วน และกลายเป็นเรื่องเศร้าเกินกว่าใครจะคาดคิดขึ้น ในที่สุดทางโรงพยาบาลก็ตัดสินใจทำให้คนมีสติคนหนึ่งที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ดื้อรั้นไม่เชื่อฟังคำฟัง กลายเป็นคนบ้าไปจริงๆ คนบ้าที่ไม่สามารถนึกคิดอะไรได้ ได้แต่นอนรอวันตาย

ในความรู้สึกของผมหนังเรื่องนี้เสียดสีสังคมประชาธิปไตย(จอมปลอม) ในหลายๆ แง่มุมผ่านการถ่ายถอดง่ายๆ เช่น

ฉากการรณรงค์เพื่อให้ทางโรงพยาบาลฉายการถ่ายทอดการแข่งขันเบสบอลของพระเอก ที่ทางนางพยาบาลยื่นข้อเสนอมาว่าให้ใช้เสียงข้างมากของคนไข้เป็นตัวตัดสิน หลังจากมีคนไข้เพียงรายเดียวที่ยอมยกมือเห็นด้วยในวันแรก จนกลายเป็นคนไข้ที่พอจะพูดรู้เรื่องทั้ง 9 คนยอมยกมือเห็นด้วย แต่เมื่อเรามองไปดูทั้ง 9 คนที่เห็นด้วยก็จะพบว่า บางคนเห็นด้วยโดยไม่สนใจอะไรเลย คือสักแต่เห็นด้วย บางคนเห็นด้วยเพราะคนอื่นเค้าเห็นด้วยก็เลยเห็นด้วย แต่บางคนก็เห็นด้วยเพราะมีเหตุผลของตัวเองที่เกิดจากการวิเคราะห์ด้วยตัวเอง แต่ไม่ว่าอย่างไรในสังคมประชาธิปไตยถือว่า ทั้ง 9 คนเห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่สุดท้ายการโหวตครั้งนี้ก็ไม่ถือว่าชนะแต่อย่างใด เพราะทางพยาบาล ยื่นเงื่อนไขว่า ในเมื่อคนไข้มี 18 คน คนเห็นด้วยมี 9 เสียงถือว่าเป็นเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่เสียงข้างมากแต่อย่างใด จำเป็นจะต้องมีเสียงอีกอย่างอย่างน้อย 1 เสียง จากอีก 9 คนที่ไม่รับรู้เรื่องราวอะไรด้วยถึงจะเป็นเสียงข้างมาก สุดท้ายหลังจากใช้ความพยายามจนทำให้ 1 ใน 9 คนที่ไม่รับรู้เรื่องราวอะไร ยอมยกมือเห็นด้วยได้ ทางพยาบาลกลับบอกว่าหมดเวลาแล้วซะอย่างนั้น

หรือฉากการเข้าร่วมกลุ่มที่พยาบาลจัดให้คนไข้ทั้ง 9 คนเข้ากลุ่มโดยนำปัญหาของแต่ละคนมาเป็นหัวข้อให้คนไข้ร่วมกันอภิปราย โดยบอกว่าเพื่อเป็นการแก้ปัญหาของทุกคน และพัฒนาอาการของทุกคน แต่การกระทำกลับเป็นเหมือนการนำเอาปมปัญหาในใจของคนไข้แต่ละคนมาพูดตอกย้ำเพื่อให้คนไข้รู้สึกแย่ลงไป ส่วนในการอภิปรายของคนไข้แต่ละคนก็นำมาซึ่งความขัดแย้งกันมากกว่าการแก้ปัญหาซึ่งสุดท้ายทุกเรื่องก็จบลงที่การทะเลาะโต้เถียงกันของคนไข้ซึ่งทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ภายใต้สายตาอันเลือดเย็นของนางพยาบาลผู้ควบคุม ที่แสดงให้เห็นถึงความพอใจในการควบคุมคนไข้ของตนตลอดเวลา

บทสรุปของหนังมีทั้งความน่าเศร้า และความทรงพลัง คุณจะรู้สึกอึ้งกับสิ่งที่เกิดกับตัวเอก แต่ก็ยังพอจะปลาบปลื้มที่การการเสียสละนั้นไม่ได้สูญค่าไปแต่กับเป็นการจุดประกาย และการส่งต่อความคิดต่อๆ กันไป สำหรับหลายคนมันอาจเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ คุณจะต้องเผลอคิดไปถึงสังคมไทยที่กำลังเป็นอยู่ ภาพบางภาพอาจจะเข้ามาในหัวคุณ ความคิดบางอย่างอาจจะเกิดขึ้นกับคุณ

ขอเอาคำของคุณ “กิ๊กผม..เธอเป็นยอดมนุษย์” แห่งบอร์ดฟ้าเดียวกัน ผู้ตั้งกระทู้ และสรุปกติกาของสังคมในโรงพยาบาลแห่งนี้ได้อย่างเจ็บแสบมาปิดท้ายครับ

”ในบ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดี และคนบ้า การจะทำให้บ้านเมืองเป็นปกติสุข ไม่ใช่การทำให้คนบ้ากลายเป็นคนดี แต่ต้องควบคุมให้คนบ้าได้อยู่ในโรงบาลบ้า หรือถึงมันยังไม่ค่อยจะบ้า ก็ไปทำให้มันบ้า”

ที่มา: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=popcorn2519&month=08-2008&date=07&group=1&gblog=15


 

Trailer (ตัวอย่างหนัง)

Audio: Thai (พากย์ไทย)

Download: http://ouo.io/ffss4

Random Movies