ดูหนังฟรี ดาวน์โหลดหนังฟรี ภาพคมชัดเสียงดังชัด เว็บไซต์ดูหนังฟรีนี้ ไม่มีหนังซูม ไม่มีหนังไทย หนังทุกเรื่องเป็นมาร์เตอร์
loading...


 

เรื่องย่อ: X-Men Apocalypse (2016) – เอ็กซ์เม็น อะพอคคาลิปส์

นับตั้งแต่รุ่งอรุณของอารยธรรม เขาได้รับการบูชาเฉกเช่นเทพเจ้า อะโพคาลิปส์ มนุษย์กลายพันธุ์คนแรกและมีพลังอำนาจมากที่สุดในจักรวาล X-Men การที่สะสมพลังพิเศษของมนุษย์กลายพันธุ์คนอื่นๆ เอาไว้ ทำให้เขาเป็นอมตะและคงกระพัน หลังจากตื่นขึ้นมาจากการหลับไหลหลายพันปี เขากระจ่างว่าโลกที่เขาพบเป็นเช่นไร จึงได้รวมพลมนุษย์กลายพันธุ์ที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ รวมถึงแม็กนีโต (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์) ผู้ท้อแท้ ในการกวาดล้างมนุษยชาติ และสร้างโลกใหม่ขึ้นมาที่เขาจะเป็นผู้ปกครอง เมื่อชะตากรรมของโลกแขวนอยู่บนเส้นด้าย เรเวน (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ที่ได้รับความช่วยเหลือจากศาสตราจารย์เอ็กซ์ (เจมส์ แม็คเอวอย) ได้นำทีม X-Men รุ่นเยาว์ ยับยั้งศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและช่วยเหลือมนุษย์โลกจากการถูกล้างเผ่าพันธุ์

วิจารณ์หนัง: X-MEN: APOCALYPSE มนุษย์กลายพันธุ์กับความเป็นคอมมิกส์

ถ้าจะพูดถึงใครสักคนที่ทำให้วงการหนัง “ซูเปอร์ฮีโร่” กลับคืนจอเงินได้อย่างสง่างาม ผู้กำกับคนนั้นก็คือ “ไบรอัน ซิงเกอร์” ผู้กำกับที่กรุยทางให้หนังอย่าง X-Men ได้มีโอกาสขึ้นมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์ในปี 2000 และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หนังซูเปอร์ฮีโร่ก็ออกฉายในคนทั่วโลกได้ชมกันอย่างต่อเนื่องแทบทุกปี ดีบ้าง ห่วยบ้าง คะเคล้ากันไป ในยุคสมัยที่มาร์เวลยังไม่ได้เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งบนจอภาพยนตร์แบบทุกวันนี้ X-Men กลายเป็น “หนัง” ซูเปอร์ฮีโร่มนุษย์กลายพันธุ์ที่ลูกเด็กเล็กแดงและผู้ใหญ่เข้าถึงได้ (และ 2 ปีให้หลังจากนี้แซม ไรมี่ก็พัฒนา Spider-Man มาขึ้นจอใหญ่)

จากวันนั้นถึงวันนี้ ไบรอัน ซิงเกอร์มีส่วนร่วมในการกำกับ X-Men มาแล้วตั้งแต่ภาคแรก, X-2 และ X-Men: Days of Future Past  และยังช่วยดูแลบรรดาภาคอื่นๆในฐานะโปรดิวเซอร์ ด้วยความผูกพันกับตัวละครมนุษย์กลายพันธุ์เป็นอย่างดี ผู้กำกับคนนี้จึงเลือกที่จะนำเสนอแง่มุมต่างๆในหนังชุดนี้ได้ในแต่ละภาคได้อย่างน่าสนใจและเอาเข้าจริงก็แทบจะไม่ซ้ำแบบกันเลยด้วยซ้ำไป

สำหรับ ที่เป็น X-Men ในภาคช่วงเวลาในอดีตเราจะได้เห็นจุดเริ่มต้นของชาร์ลและแม็กนีโต้ใน X: First Class ก่อนที่ X-Men: Days of Future Past เราจะได้เห็นตัวละครจากอดีตและอนาคตได้มาพบกัน ท่าทีของหนังสองภาคแรกนั้นมีความตึงเครียดทางการเมืองเป็นฉากหลัง แต่สำหรับภาคล่าสุดตัวหนังกลับเลือกจะนำเสนอฉากหลังในแบบเรียบง่าย นั่นคือการมี “วายร้ายที่คืนชีพขึ้นมาเพื่อครองโลก”

แนวคิดวายร้ายอยากครองโลก(อะโพคาลิปส์)และมีลูกสมุนผู้จงรักภัคดี(จตุอาชา) เป็นพล็อตหนังแนววายร้ายต้องปะทะกับบรรดาตัวละครที่ต้องการพิทักษ์โลก (เหล่าเอ็กซ์เมนและมิตรสหายของชาร์ล) จึงต้องปะทะกันเพื่อหยุดยั้งอะพอคาลิปส์ พล็อตเรื่องไม่ได้มีอะไรล้ำลึกไปมากกว่านี้ ไม่มีความตึงเครียดในแง่ของสังคม วัฒนธรรม หรือการเหยียดความแตกต่างของมนุษย์กลายพันธุ์เลย หนังภาคนี้จึงเป็นภาคที่ตั้งใจนำเสนอ “เรื่องราวอันเป็นเนื้อแท้” ของเหล่าตัวละคร(คาแรกเตอร์) ของมนุษย์กลายพันธุ์แต่ละตัว ซึ่งได้มีโอกาสเปิดตัวว่าพวกเขาเป็นใคร มาจากไหน ผ่านอะไรมาก่อน (ซึ่งหลายคนก็มองว่าตรงนี้คือจุดด้อยของหนังและทำให้มันยือเยื้อจนทำให้หนังภาคนี้ยาว 2 ชั่วโมง 24 นาที ทั้งที่ความเป็นจริงมันยาวกว่าภาค X-Men: Days of Future Past แค่ 12 นาทีเท่านั้นเอง)

ในภาพรวม X-Men: Apocalypse ยังเป็นหนังที่มอบความบันเทิงให้กับผู้ชมในระดับที่น่าพอใจ ฉากต่อสู้ท้ายเรื่องที่ยาวเหยียด สเปเชียลเอฟเฟ็คอลังการ การแบ่งสรรปันส่วนเวลาบนจอให้ตัวละครได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ สรุปแล้วมันก็ไม่ได้เลวร้ายหรือย่ำแย่เลย (อย่าไปเชื่อตัวเลขจากเว็บวิจารณ์ต่างประเทศมาก ไม่งั้นหนังอย่าง Gods of Egypt จะทำเงินถล่มทลายในบ้านเราเหรอ?????) แต่มันมีสไตล์ของความเป็นคอมมิกส์แบบหนังสือการ์ตูนมากกว่าเป็นหนังสะท้อนสังคมก็เท่านั้นเอง

4 คะแนนจาก 5 คะแนน

@พริตตี้ปลาสลิด


 

Trailer (ตัวอย่างหนัง)

Audio: Thai (พากย์ไทย)

Download: http://sh.st/MOC2x

Random Movies